Hot Shot (TV series)

เรื่อง Hot Shot ( จีน : 籃球火 ) เป็นละครไต้หวันนำแสดงโดยเจอร์รี่ของF4 , แสดง Loและอู๋จุนของฟาเรนไฮต์ ผลิตโดย Comic International Productions ( 可米國際影視事業股份有限公司 ) และกำกับโดย Lin He Long ( 林合隆 )

ออกอากาศเป็นครั้งแรกในไต้หวันทางChina Television (CTV) (中視) ฟรีตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม 2551 [2]ถึง 9 พฤศจิกายน 2551 ในวันอาทิตย์เวลา 22:00 น. ถึง 23:30 น. และเคเบิลทีวีGala Television (GTV) รายการวาไรตี้โชว์ / CH 28 (八大綜合台) วันที่ 2 สิงหาคม 2551 ถึง 15 พฤศจิกายน 2551 ทุกวันเสาร์เวลา 21.30 – 23.00 น. การแสดงนี้ยังได้รับการออกอากาศในฮ่องกง , จีน , ญี่ปุ่น , เกาหลีใต้ , เวียดนาม , อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

เรื่องย่อ
ในโรงเรียนที่นักวิชาการครองตำแหน่งสูงสุดและกีฬาถูกผลักไสให้ไปอยู่ในมุมที่เต็มไปด้วยฝุ่นของมหาวิทยาลัย Li Ying สาบานว่าจะฟื้นฟูทีมบาสเก็ตบอลด้วยการอาสาเป็นโค้ชของทีมบาสเก็ตบอล สมาชิกคนแรกของเธอคือ Yuan Da Ying เด็กชายจากชนบทที่หลงใหลในบาสเก็ตบอล แต่ไม่มีทักษะ การรับสมัครของพวกเขากลายเป็นปัจจัยสำคัญเมื่อตงฟางเซียงนักบาสเก็ตบอลในตำนานย้ายไปโรงเรียน

ในเวลาเดียวกัน Yuan Da Ying ตกหลุมรัก Zhan Jie Er นักเรียนทุนที่ทำให้เขานึกถึง Gu Gu Ji เพื่อนสมัยเด็กของเขา สิ่งต่าง ๆ มีความซับซ้อนเนื่องจากครอบครัวของเธอทำงานให้กับตงฟางเซียงซึ่งเธอเติบโตมาด้วย การพบกันของพวกเขาอาจเป็นเพียงการเขียนประวัติศาสตร์บาสเก็ตบอลของโรงเรียนขึ้นมาใหม่

แคสต์
นักแสดงหลัก
Jerry Yan (言承旭) รับบท Dong Fang Xiang 東方翔
แสดง Lo (羅志祥) รับบท Yuan Da Ying 元大鷹
Wu Chun (吳尊) รับบท Wu Ji Zun 無極尊
Zhou Cai Shi (周采詩) รับบท Zhan Jie Er 湛湛 / Qiu Kui 球魁
Coco Jiang (蔣怡) รับบท Li Ying 李贏
Zhang Yan Ming (張雁名) Du Fei 杜飛

สนับสนุนนักแสดง
George Hu (胡宇崴) รับบท Wu Ji Wei 無極威
Ku Pao-ming รับบท Li Zi Ping 李子平
Michael Zhang แสดงเป็น Can 殘 / Ah Fu 阿福
Lin Bo Yan (林伯彥) รับบท Qi Xiao Yun 齊嘯雲
Lin Qi Tai (林祺泰) รับบท Qi Xiao Yu 齊嘯雨
Coco Chiang รับบทเป็น Li Ying

Extended Cast 
Zhao Shu Hai รับบท Dong Fang Xu 東方旭
Yun Zhong Yue รับบท Lao Lu 老路
Wang Xia (王俠) รับบท Dong Fang Shou 東方朔
Ma Zhi Qin (馬之秦) รับบท Tie Lan 鐵蘭
Wang Wei Ting (黃薇渟) รับบท Lin Zi Xuan 林紫璇
Wang Jian Min รับบทเป็น Ji Wang 紀網
Jiang Wei Wen (蔣偉文) รับบทเป็น George
Xie Kun Da รับบทเป็น Wang Jing 王竟
Han Run Zhong (韓潤中) รับบท Li Ke 李克
Cai Ming Xun (蔡明勳) รับบท Wen Huai Wen 溫懷文
Xu Jun Hao (許君豪) รับบท Wang Gui 王貴
Gong Ji An รับบท Sun Hao 孫浩
Lan Jun Tian (藍鈞天) รับบท Jian Deng 賈登
Bu Xue Liang พากย์เป็น Tang Long 唐龍
Guo Yan Jun รับบท Ru Zhu 魯竹
Li Jia Hua (李佳驊) รับบท Ge Li Ya 戈利亞

บทบาทจี้
Yan Jia Le (顏嘉樂) รับบทเป็นเจ้าของร้านดอกไม้
Jian Han Zhong (簡翰忠) รับบทเป็น Commentator
Qian Ding Yuan (錢定遠) รับบทเป็น Commentator
Lee Hsing-wen (李興文) รับบทเป็น Coach of He Yi
Na Wei Xun รับบท Wang Ye 王爺
Li Guo Chao (李國超) รับบทเป็น Coach of Xin Rui
Renzo Liu รับบทเป็น Coach ของ Xiang Yang
Billy รับบท Wang Ji Xiu
Wu Jian Haoในฐานะแฟนคนหนึ่งของ Yuan Da Ying
Wang Chuan Yiในฐานะแฟนคนหนึ่งของ Dong Fang Xiang

Back to Home 月村歡迎你

Back to Home (จีน :月村歡迎你 ;พินอิน : Yue Cun Huan Ying nǐ ยินดีต้อนรับสู่ดวงจันทร์วิลเลจ ) เป็น 2,019ไต้หวันทีวีซีรีส์ที่สร้างขึ้นและผลิตโดยSETTV นำแสดงโดย Hsieh Kunda, Cosmos Lin, Wu Nien-hsuan , Li Jia-yu และ Yang Kuei-meiเป็นนักแสดงหลัก การถ่ายทำเริ่มต้นในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2562 และสิ้นสุดในวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 ออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ทาง TTV และออกอากาศทุกคืนวันอาทิตย์เวลา 22.00 น. ถึง 23.30 น.

แคสต์
นักแสดงหลัก
Hsieh Kunda เป็น Bi Guo-jian 畢國建
Ruan Bai-hao รับบท Guo-jian ตอนเด็ก
Cosmos Lin รับบท Nan Yue-li 南月禮
Song Ting-yi รับบทเป็นเด็ก Yue-li
Yang Kuei-mei รับบทเป็น Zhou Hui-min 周慧敏
Wu Nien-hsuan รับบทเป็น Ma Wei-hai 馬威海
Li Jia-yu s Xia Ou 夏鷗
Akio Chen รับบท Xia Shou-fu 夏守富
Judy Liu รับบทเป็น Ma 馬四姐น้องสาวคนที่ 4
Alice Huang แสดงเป็น Xu Feng-yin 徐鳳音

สนับสนุนนักแสดง
Cheng Ping-Chun รับบท Bi Yong-wang 畢永望
Liu Han-qiang รับบทลุง Wu 午叔
Wu Xin-yun รับบทเป็น Ma Yu-shan 馬玉姍
Liao Wei-bo รับบท Xia Zhi 夏志
Yu Cheng-hsin รับบทเป็น Ah Jiong 阿冏
Chris Chen รับบทเป็น Kang You-di 康又迪
Chen Yu-xiang รับบท You-di ตอนเด็ก
Wu Chia-Shan รับบทคุณยาย Kang 康奶奶
Kuo Tzu-Chien รับบท Guo Fu-cheng 郭富城
Angel Hong รับบทเป็น Zhuo Zi-mei 卓子玫
Jack Lee รับบทเป็น Mai Qing-zhe 麥青哲
Ray Fan รับบท Lu Yan-qin 呂燕琴

นักแสดงรับเชิญ
Michael Tao รับบทผู้กำกับ Tang 唐董
Josh Lin รับบทเป็น Master Da Long 大隆師傅
Jason Chan รับบทเป็นผู้ช่วยของ Guo-jian
Leo Lee รับบทเป็น Allen (แฟนเก่าของ Yue-li)
Claire Yen รับบทเป็น Amy (คู่หมั้นของ Allen)
Eunice Han รับบทเป็น Ah Ru 阿如
Chiu Yi-Feng เป็นผู้จัดการ
Mu Qi เป็นผู้ช่วยร้านค้า
Joyce Godenziเป็นเพื่อนของ Hui-min
Yen Yung Lie รับบทเป็น Mr. Wu 吳先生
Crowd Lu รับบท Guo Xue-fu 郭學福 (ลูกชายของ Fu-cheng)

เรื่องย่อ ตำนานรักนางจิ้งจอก (Gumiho: Tale of the Fox’s Child) ตอนที่ 6

ยอนอีเห็นแม่หมดสติเพราะพิษจากบาดแผล จึงแอบขโมยลูกปัดหยกไปขายในตลาดเพื่อให้นำเงินมารักษาแม่ พ่อค้ารู้ว่าลูกปัดดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วถูกขโมยมาจากหลุมศพจึงกดราคาเหลือเพียง 1 ยาง ยอนอีนึกถึงคำสอนของแม่ที่บอกว่าอย่าไว้ใจมนุษย์จึงขอเพิ่มเป็น 5 ยาง แต่พ่อค้าคนดังกล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ยอมและพยายามแย่งลูกปัดทำให้ถูกยอนอีกัดมือ ขณะที่ยอนอีกำลังจะถูกรังควาน ชองอิลและชองอีก็เดินเผ่านาห้าม ทั้งยังสั่งให้พ่อค้าส่งลูกปัดหยกมาให้ตนโดยขู่ว่าถ้าไม่ให้จะแจ้งทางการ

ยอนอีเห็นพ่อค้าส่งลูกปัดให้ชองอิลก็รู้สึกดีใจ คุณรีบตามไปขอบคุณชองอิล (ซึ่งเดินตัวปลิวออกจากร้านพร้อมลูกปัดในมือ) และขอลูกปัดคืน แต่กลับถูกชองอิลตะคอกใส่เสียงดังลั่น (ชองอีกำลังแคะจมูกอย่างเมามัน  พอใช้ยินเสียงตะคอกของพี่ชายก็ถึงกับสะดุ้ง ทำให้นิ้วแทงเข้าไปในรูจมูกอย่างแรงจนเลือดไหล) ชองอิลอ้างว่าเด็กผู้หญิงอย่างยอนอีไม่สมควรมีของอย่างงี้และเดินหนีไปหน้าตาเฉย  ยอนอีจำเป็นต้องหาเงินไปรักษาแม่เลยตามไปทวงลูกปัดคืนจึงเกิดการยื้อแย่งกันขึ้น ชองอีเสียหลักก้นกระแทกพื้น ส่วนชองอิลมีบาดแผลที่ใบหน้า เกฮยางเห็นดังนั้นจึงตรงเผ่านาตบหน้ายอนอีสุดแรง จากนั้นจึงหันไปถามลูกๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น 

ซานแต็กรู้สึกได้ว่ายอนอีกำลังมีภัยจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา คุณกวาดตามองหายอนอีแต่ยอนอีไม่ได้อยู่ด้านในห้อง เมื่อคิดว่าลูกปัดหยกในมือหายไปคุณก็รู้ได้ทันทีว่ายอนอีกำลังตกอยู่ในอันตราย คุณจึงรีบออกไปตามหายอนอีทั้งๆ ที่กำลังบาดเจ็บสาหัส และได้ยินคนในตลาดคุยกันว่าเกฮยางซึ่งเป็นหญิงอารมณ์ร้าย จับเด็กคนหนึ่งไปลงโทษที่บ้าน 
  
ยอนอีพยายามร้องขอความเมตตาจากเกฮยาง เกฮยางต้องการพบแม่ของยอนอีจึงถามว่าบ้านของคุณอยู่ที่ไหน ยอนอีร่ำไห้พลางตอบว่าคุณไม่สามารถบอกได้ เกฮยางได้ฟังดังนั้นจึงคิดที่จะส่งตัวยอนอีให้ทางการเพราะสงสัยว่าคุณน่าจะขโมยลูกปัดมาจากที่ไหนสักแห่ง  ดูซูมาพบเข้าจึงตำหนิเกฮยางที่ทำเรื่องเล็กให้แปลงเป็นเรื่องใหญ่ เกฮยางฟ้องว่ายอนอีทำให้ใบหน้าชองอิลมีบาดแผล ดูซูมองว่ายอนอีเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ จึงรู้สึกสงสารและเห็นอกเห็นใจ เขาสั่งให้เกฮยางปล่อยยอนอีกลับบ้าน โดยให้เหตุผลว่าเด็กๆ แค่สมุทราะกัน และอีกไม่นานรอยแผลของชองอิลก็จะค่อยๆ เลือนหายไปเอง

เรื่องย่อ Reply 1994 คิดถึงเธอ ตอนที่ 6

หลังนักบาสฯ ทีมมหาวิทยาลัยยอนเซซ้อมเสร็จแล้ว นาจองและบรรดาแฟนคลับ (กรุ๊ปปี้) ทั้งหลายก็ออกไปดักรอนักบาสฯ คนโปรดของตนที่หน้าทางออก (รถตู้ของนักกีฬาเต็มไปด้วยข้อความจากเหล่าแฟนคลับ)  ในที่สุดเหล่านักบาสฯ ทีมดังก็เปิดประตูออกมา นำโดย "มูน คยองอึน", "อู จีวอน" และ "คิม ฮุน" (3 อดีตนักบาสฯ ระดับตำนานตัวจริงเสียงจริง มาร่วมแสดงเป็นตัวเอง จึงแลดูแก่ไปนิดสำหรับนักกีฬาไอดอลระดับมหาวิทยาลัย – ตอนนี้พวกเขาอยู่ในวัย 40 ปีแล้ว)

นาจองส่งผ้าเช็ดหน้าให้ซังมินซับเหงื่อ (คนดูไม่เห็นหน้า เพราะใช้ดาราแทน) ซังมินจึงใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อแล้วเดินขึ้นรถตู้โดยไม่คืนผ้าเช็ดหน้าให้นาจอง  นาจองออกอาการปลื้มสุดๆ หลังจากนั้นคุณชักชวนแฟนคลับรุ่นน้องให้รีบวิ่งไปดักรอนักบาสที่หอพักนักกีฬาในมหาวิทยาลัยโดยใช้เส้นทางลัด 

แมนาจองเห็นซือเรกีกินนมบูดในตู้เย็นเลยบ่นว่าสมแล้วที่เขาถูกตั้งฉายาว่า "ขยะ" ทั้งยังบ่นว่ารสนิยมการแต่งตัวเขาแย่มาก แถมยังใส่เสื้อตัวเดิมโดยไม่ซักตั้งหลายวัน หลังแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แล้ว เขาก็นั่งลงบนเก้าอี้โดยไม่ทันดูว่าว่ามีมันฝรั่ง (พึ่งจะต้มสุกใหม่ๆ) วางอยู่ แม่นาจองจึงทักอย่างอ่อนใจว่าเขานั่งทับมันฝรั่ง ซือเรกีรีบลุกขึ้นพลางกล่าวว่า นึกว่าแม่เปิดเครื่องทำความร้อนเสียอีก หลังถูกใช้ให้นำเสื้อ (ชุดชั้นใน) นาจองไปเก็บที่ห้อง ซือเรกีก็ยืนดูโปสเตอร์ซังมินในห้องของนาจองด้วยความหมั่นไส้  พลางนึกสงสัยว่าคนอย่างซังมินมีดีตรงไหน พอมองว่าห้องนาจองทั้งสะอาดและเป็นระเบียบปฏิบัติ เขาก็เหน็บว่านาจองเป็นโรคกลัวมลภาวะและเชื้อโรค (mysophobia) เมื่อเปิดลิ้นชักโต๊ะนาจองแล้วเห็นขนมวางเรียงอยู่เขาก็หยิบออกมากินหน้าตาเฉย

แม่ซัมชอนโปโทรฯ มาถามข่าวคราวลูกอีกที พร้อมด้วยย้ำให้เปิดฮีทเตอร์เพราะกลัวลูกหนาว แม่นาจองแย้งว่าตอนนี้อากาศที่โซลไม่หนาวสักนิด คุณยังบอกอีกว่าดูท่าทางซัมชอนโปเป็นเด็กฉลาดจึงคิดว่าไม่มีอะไรน่าห่วงและคงใกล้มาถึงหอพักแล้ว… ในตอนนั้นซัมชอนโปกำลังนั่งงง (และหนาว) อยู่ที่สถานีรถไฟใต้ดิน เขานึกว่าจะเหมือนรถไฟธรรมดาเลยเงี่ยหูฟังประกาศว่าขบวนใดจะมุ่งหน้าไปชินชอน หลังนั่งรออยู่นาน (ผ่านไปกว่า 10 ขบวน) เขาก็ถามลุงที่นั่งด้านข้าง (พยายามพูดสำเนียงโซล) ว่าเมื่อไหร่รถไฟสายชินชอนจะมา กว่าจะรู้ว่าSystemรถไฟใต้ดินมีความซับซ้อนกว่ารถไฟบนดินที่วิ่งผ่านจังหวัดก็เสียเวลาไปนานนับชั่วโมง (จากสถานีนี้เขาสามารถขึ้นขบวนใดก็ได้เพราะเส้นทางโยงใยกันเป็นเครือข่าย ก็แค่ต้องเปลี่ยนสถานีระหว่างทางรอบๆที่ว่าการกรุงโซล) 

บ่ายวันนั้น ซือเรกีกับพ่อพากันแหกปากร้องคาราโอเกะเพลง  "Excuse" ของศิลปิน "คิม กอนโม" เสียงดังลั่น พลางทำท่าทางประกอบเลียนแบบนักร้องดัง โดยลืมคิดไปว่าตอนนี้พวกตนกำลังอยู่ในกรุงโซล แม่นาจองกลัวถูกเพื่อให้นบ้านร้องเรียนเลยรีบออกมาเตือน โดยบอกว่าที่นี่คือโซลไม่ใช่เมืองมาซานบ้านเกิดของพวกตน พ่อนาจองไม่ฟังทั้งยังแย้งว่าตนร้องเพลงอยู่ในบ้าน ไม่นานก็มีเพื่อให้นบ้านมากดกริ่งและต่อว่าถึงหน้าบ้านอย่างที่แม่นาจองเตือนจริงๆ พ่อนาจองโวยวายลั่นว่าตนพึ่งจะร้องแค่เพลงเดียวและเสียงก็ไม่ได้ดังมากซักหน่อย แม่นาจองจึงบอกว่าคนกรุงไม่ใจดีเหมือนคนต่างจังหวัด ถ้าอยากอยู่ที่นี่อย่างกลมกลืนก็ต้องหัดใจแคบเหมือนคนโซล หลังบ่นเสร็จแม่นาจองก็ชวนสามีและซือเรกีทานส้ม พอมองว่ามีการนำส้มลูกใหญ่มาวางตบตาทางด้านบนแล้วเอาส้มลูกเล็กไปซ่อนไว้ทางล่างคุณก็รับไม่ได้ เลยชวนสามีย้ายกลับไปอยู่บ้านนอกตามเดิม

เรื่องย่อ Big Man หัวใจและไฟแค้น ตอนที่ 8

ทีมแพทย์พิจารณาอาการจีฮยอกและพบว่าม่านตาของเขาไม่สนองตอบต่อแสง คลื่นไฟฟ้าสมองเป็นเส้นตรง ไม่สามารถหายใจได้เอง ฯลฯ  จึงรายงานประธานคังและยูนจองว่าจีฮยอกสมองตาย หมอคนดังที่กล่าวถึงแล้วยังบอกด้วยว่าหากพี่น้องไม่ยอมรับการวินิจฉัยนี้ สามารถขอให้วิเคราะห์ใหม่ได้ ยูนจองหันไปมองประธานคัง (ซึ่งแอบส่ายหน้านิดหน่อย) แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ จากนั้นก็แกล้งทำเป็นร้องไห้ฟูมฟาย  บาทหลวงจึงเริ่มประกอบพิธีสวดวิญญาณ

ทั้งจีฮยอกและดงซอกถูกส่งตัวเข้าไปในห้องผ่าตัดเพื่อให้ทำการปลูกถ่ายถ่ายหัวใจ แต่แล้วอยู่ๆ ก็มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ขณะที่หมอลีเริ่มกรีดมีดลงบนหน้าอกของจีฮยอก (เพื่อให้นำหัวใจออกมาปลูกถ่ายให้ดงซอก)   หมอคนหนึ่งสังเหตเห็นดวงตาของจีฮยอกมีการเคลื่อนไหวจึงขอให้หมอลีหยุดการผ่าตัด จากนั้นก็นำไฟฉายไปส่องที่ดวงตาของจีฮยอกแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาสนองตอบ  หมอลีไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่แล้วเขาก็เห็นกับตาตนเองว่าจีฮยอกกระพริบตา พอหันไปมองจอแสดงผลคลื่นไฟฟ้าสมองก็คิดว่ายังคงราบเรียบเป็นเส้นตรง หมอลีจึงกดมีดผ่าตัดลงบนหน้าอกของจีฮยอกอีกรอบ ปรากฏว่ามีเลือดพุ่งกระเด็นเต็มหน้าหมอลี ทันใดนั้น คลื่นไฟฟ้าสมองของจีฮยอกก็ปรากฏเป็นเส้นกราฟอีกที หมอลีรู้ทั้งรู้ว่าจีฮยอกยังไม่ตายแต่ยังคงอ้างว่านี่เป็นสัญญาณของคนที่กำลังจะตาย เขาเตรียมเดินหน้าผ่าตัดต่อ (ด้วยมืออันสั่นเทา)  แต่หมออีกคนไม่เห็นด้วยและห้ามเอาไว้โดยบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หมอลีหันไปมองแพทย์และพยาบาลที่อยู่ภายในห้อง และพบว่าทุกคนกำลังจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าไม่เห็นด้วยเช่นกัน

ประธานคังและยูนจองรู้สึกแปลกใจที่การผ่าตัดเสร็จสิ้นในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อหมอลีแถลงการณ์ว่าจีฮยอกฟื้นจากความตาย ทั้งคู่ต่างรู้สึกช็อคและผิดหวัง ยูนจองระงับความโกรธเอาไว้ไม่อยู่จึงโวยวายใส่หมอลีเสียงดังลั่น จากนั้นก็ขอให้หมอลีกลับเข้าไปผ่าตัดใหม่อีกรอบ หมอลีจึงบอกว่าสภาพการณ์แบบงี้หากตนกรีดมีดผ่าตัดลงบนหน้าอกของจีฮยอก ตนจะแปลงเป็นฆาตกรทันที  ยูนจองได้ยินแล้วถึงกับล้มทั้งยืน

ดงซอกถูกส่งตัวกลับเข้าห้องไอซียู ส่วนจีฮยอกถูกนำตัวไปรักษาที่ห้องพักฟื้น ประธานคังผิดหวังมากที่ไม่สามารถเปลี่ยนหัวใจให้ดงซอกได้ พอซังโฮบอกว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นแค่ 1 ใน 10,000 ซึ่งถือเป็นเรื่องปาฏิหาริย์ ประธานคังก็รู้สึกไม่พอใจ เขาถามซังโฮว่ามีโอกาสที่จีฮยอกจะสมองตายอีกทีไหม เมื่อซังโฮตอบว่าตนเองก็ไม่แน่ใจ ประธานคังจึงสั่งให้ตรวจตรารายชื่อคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในต่างประเทศเพิ่มเติม แต่ยังคงเก็บจีฮยอกไว้เป็นตัวเลือก จากนั้นก็ย้ำว่าอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้และให้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เรื่องย่อ สื่อรักซ่อนหัวใจ (Secret Love Affair)

กำกับ: อัน พันซอก
เขียนบท: ชอง ซองจู
แนวละคร:  เมโลดราม่า, โรแมนติก
จำนวนตอน: 16
ออกอากาศ: เกาหลี – 17 มีนาคม 2557 – 13 พฤษภาคม 2557 ทางช่องเคเบิ้ลเจทีบีซี
                     ไทย – ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 21.30-23.00 น. ทางพีพีทีวี ระหว่างวันที่ 27 เมษายน 2558 – 16 มิถุนายน 2558

เรื่องย่อ
"สื่อรักซ่อนหัวใจ (Secret Love Affair)" เป็นละครเกาหลีที่ดัดแปลงมาจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง "รักยิ่งใหญ่ หัวใจให้คุณ (Tokyo Tower)" ที่เข้าฉายเมื่อปี 2005 เนื้อหากล่าวถึงสาวใหญ่วัย 40 กว่าๆ ที่แอบมีความเกี่ยวพันอันลึกซึ้งกับนักเปียโนชายหนุ่มที่มีอายุน้อยกว่าถึง 20 ปี

"โอ แฮวอน" สาวใหญ่วัย 40 กว่าปีที่มีคู่ชีวิตแล้วและมีอนาคตอันรุ่งโรจน์ในด้านหน้าที่การงาน คุณความรู้สึกว่าตนเองกำลังจะสุขสมหวังและประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านของชีวิต แต่พอใช้ได้พบกับ "ลี ซอนแจ" นักเปียโนชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์วัย 20 กว่าปีที่มาจากครอบครัวยากจน (เลยต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นเด็กส่งของโดยไม่รู้สึกตัวว่าเป็นอัจฉริยะด้านการเล่นเปียโน) แฮวอนจึงพบว่าชีวิตคุณมีบางสิ่งขาดหายไป คุณเพิ่งจะรู้เป็นนัดแรกว่าความรู้สึกที่แท้จริงของการตกหลุมรักใครสักคนเป็นอย่างไร และนั่นก็เป็นจุดเริ่มของสัมพันธ์ลับอันรุ่มร้อนระหว่างคุณกับซอนแจ
ซีรีส์แนวโรแมนติกดราม่า เรื่องราวความรักต่างวัยระหว่างสตรีผู้สูงศักดิ์และเด็กชายหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านดนตรีที่ไม่อาจประกาศให้โลกรับรู้ได้ โดยมีเปียโนเป็นสื่อของความรัก โอฮเยวอน (คิมฮีแอ) หญิงสาวในวัย 40 ปี คุณเป็นผู้อวยการข้างคิดแผนของมูลนิธิศิลปะ ซอฮัน โอฮเยวอนเป็นหญิงยุคใหม่ที่มีทั้งความเก่งกาจและเพียบพร้อมกับความสง่างาม วันหนึ่งคุณได้รู้จักกับอีซอนแจ (ยูอาอิน) เด็กชายหนุ่มในวัย 20 ปี ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านเปียโน ด้วยจิตใจที่ฝักใฝ่เสียงดนตรีและการบรรเลงเพลงเปียโนด้วยกันอย่างเร่าร้อน ทำให้ความรักอันต้องห้ามของทั้งสองก่อเกิดขึ้น พวกเขาจะฟันฝ่าอุปสรรคที่ขวางทางรักกันอย่างไร ติดตามได้ใน ซีรีส์ “สื่อรักซ่อนหัวใจ (Secret Love Affair)”

ซีรีส์ “สื่อรักซ่อนหัวใจ (Secret Love Affair)” เป็นละครที่เล่าถึงเรื่องราวความรักสุดจี๊ดและเป็นความลับของหญิงวัย 40 กับชายชายหนุ่มวัย 20 โดยได้ PD อันพันซอก ที่เคยกำกับละครเรื่อง 'White Tower', 'A Wife's Credentials' มารับหน้าที่กำกับด้วย ภายหลังที่ยูอาอินได้คอนเฟิร์มที่จะมารับบทพระเอกประกบคู่กับคิมฮีแอที่กำลังได้รับความสนใจ ก็ยิ่งสร้างความคาดหวังให้กับผู้ชมเพิ่มมากขึ้นส่วนบท โอฮเยวอน ที่คิมฮีแอได้รับบทนั้น เป็นราชินีผู้ทันสมัย มีอารมณ์ขัน และมีการศึกษา ทั้งยังมีท่าทางที่สง่างามและการแต่งตัวที่รัดกุม ซึ่งคุณก็เชี่ยวชาญในการวางตัวได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรมชาติเสมอ ส่วนยูอาอินจะรับบทเป็น ซอนแจ ชายชายหนุ่มที่เข้าไปพัวพันกับวังวนความรู้สึกที่อันตรายที่เรียกว่าการตกหลุมรักฮเยวอน ที่อยู่ในศูนย์กลางสังคมชั้นสูง ที่สำคัญ ซีรีส์เรื่องนี้ ยังเป็นการกลับมาร่วมงานกันของ PD อันพันซอก นักเขียนบท จองซองจู และคิมฮีแอ ที่เคยร่วมงานกันมาแล้วในละครเรื่อง 'A Wife's Credentials' อีกด้วย จึงทำให้เป็นที่น่าติดตามถึงการมาร่วมงานกันอีกรอบ

นำแสดงโดย "คิมฮีแอ" รับบทเป็น โอฮเยวอน หญิงสาววัย 40 ผู้มีความเก่งกาจและเพียบพร้อม "ยูอาอิน" รับบทเป็น  อีซอนแจ เด็กชายหนุ่มวัย 20  ผู้มีพรสวรรค์ทางด้านเปียโน ทุกวันจันทน์-อังคาร เวลา 21.30-23.00 น. ออกอากาศวันที่ 27 เมษายน – 30 มิถุนายน 2558 คอซีรีส์พลาดไม่ได้กับซีรีส์ดีดี ที่คุณต้องดู ทางช่อง PPTV HD ดิจิตอลทีวี ช่อง 36 หรือทางเคเบิล และทีวีดาวเทียมช่อง 6 และ 46
* เนื้อหาโดย luvasianseries
ผู้แสดงนำ
คิม ฮีเอ
รับบท โอ แฮวอน
(ผู้แสดง วัย 48 ปี)
ยู อาอิน
รับบท ลี ซอนแจ
(ดารา วัย 29 ปี)
ปาร์ก ฮยอกกวอน
รับบท คัง จุนฮยอง
(ผู้แสดง วัย 44 ปี)
ชิม เฮจิน
รับบท ฮัน ซองซุก
(ดาราหนัง วัย 48 ปี)
คิม ฮอึน
รับบท ซอ ยองอู
(ผู้แสดง วัย 42 ปี)
คยอง ซูจิน
รับบท ปาร์ก ตามี
(ผู้แสดง วัย 27 ปี)

จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์ ตอนที่ 9-10/8

จูมงแอบนำจดหมายของแฮโมซูไปมอบให้มูต็อก โดยบอกว่าตนจำเป็นต้องส่งจดหมายให้พระบิดาแต่จำเป็นที่จะต้องปกปิดที่มาของจดหมายเป็นความลับ ดังนั้นจงอย่าให้ใครรู้ว่าจดหมายนี้มาจากตนและอย่าให้มองว่าคุณเป็นคนนำจดหมายนี้เผ่านา แม่แต่พระพระมารดาของตนก็ห้ามบอกเรื่องนี้ ในที่สุดพระเจ้ากึมวาก็ได้รับจดหมายของแฮโมซูซึ่งปะปนมากับข่าวของมณฑลฮยอนโทที่ยอนทาบัลส่งมา เนื้อความในจดหมายกล่าวว่า

"ข้าถูกจองจำในคุกที่แม้แต่หยาดน้ำฝนสักหยดก็ไม่อาจเล็ดลอดเผ่านาได้ แต่เมื่อเวลาผ่านเลยไปข้าก็คิดได้ว่านี่คงเป็นความประสงค์ของสวรรค์เบื้องบน ข้าไม่คิดตำหนิเจ้า ต่อให้เจ้ารู้มาโดยตลอดว่าข้าอยู่ที่ไหนก็ตาม ในตอนนี้ข้าต้องการพบเจ้า หากมีใครขวางไม่ให้เราพบกัน เจ้าจงหาทางหลบหลีกมาให้ได้… ในคืนพระจันทร์เต็มดวงจงมาที่สมุทรสาบบนเขาซูมีที่เราเคยพบกันเมื่อหลายปีก่อน"

อำมาตย์ดึกบูลเห็นพระเจ้ากึมวามีท่าทางแปลกๆ หลังได้อ่านจดหมายดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว จึงแอบสั่งให้ขันทีนำจดหมาย (ที่วางเด่นเป็นสง่าบนโต๊ะในห้องบรรทม) มาให้ตนดู พอรู้ว่าแฮโมซูนัดพบพระเจ้ากึมวาเขาก็คิดที่จะนำกำลังไปขัดขวาง ก่อนออกเดินทางเขานึกถึงคำเตือนของหัวหน้าธิดาเทพที่เคยบอกว่า การที่แฮโมซูยังมีชีวิตอยู่เป็นความประสงค์ของสวรรค์ หากเขาฆ่าแฮโมซูสวรรค์จะพิโรธและอนาคตของแคว้นพูยอก็จะมืดมน 

แฮโมซูขอให้จูมงพาไปยังสถานที่นัดพบ เมื่อรู้ว่าแฮโมซูจะไปพบพระเจ้ากึมวา จูมงก็รู้สึกแปลกใจ แฮโมซูจึงเล่าว่าตนและพระเจ้ากึมวาเคยนำทัพกองกำลังทาโมลมาด้วยกัน แฮโมซูต้องการพบพระเจ้ากึมวาเพราะไม่อยากให้จูมงถูกเจ้าพี่ทั้งสองตามฆ่าอีก และอยากถามพระเจ้ากึมวาว่าเพราะอะไรตนถึงถูกกักขังนานนับ 20 ปี จูมงไม่เชื่อว่าพระเจ้ากึมวาจะทรยศเพื่อให้นที่เคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา จึงพยายามแก้ต่างให้พระเจ้ากึมวา แฮโมซูไม่ออกความเห็นและเดินนำหน้าไปเงียบๆ ทันใดนั้น แฮโมซูก็รู้สึกได้ว่ามีคนดักซุ่มอยู่ หลังจากนั้นก็มีกลุ่มชายชุดดำบุกเผ่านารังแกทั้งคู่ แฮโมซูใช้ไม้เท้าเป็นอาวุธ ส่วนจูมงใช้ดาบที่พึ่งจะได้มาหมาดๆ ฟาดฟันกับคนร้าย ไม่นานทั้งคู่ก็จัดการคนร้ายได้ทั้งหมด อำมาตย์ดึกบูลซึ่งเฝ้าดูอยู่ห่างๆ เห็นจูมงพาแฮโมซูหลบหนีก็ไม่คิดติดตาม เพราะเขาไม่ได้มาฆ่าแต่มาเพื่อให้ขัดขวางไม่ให้แฮโมซูและพระเจ้ากึมวาได้พบกัน

ข้าบดินทร์

ในสมัยรัชกาลที่ ๓ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เมืองปากน้ำ สมุทรปราการ เหม (เจมส์ มาร์) เป็นบุตรชายคน เดียวของ พระยาบริรักษ์ (จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) ผู้มีหน้าที่คอยดูแลจัดเก็บค่าระวางจากเรือที่ขนสินค้าที่เข้า มาในประเทศสยามโดยวัดจากความกว้างของปากเรือ ส่วนมารดาคือ คุณหญิงชม (จินตหรา สุขพัฒน์) เหมมีความสนใจใคร่รู้ในเรื่องของชาววิลาศ (อังกฤษ) อย่างมาก เพราะในเมืองปากน้ำมีพวกฝรั่งวิลาศมา อาศัยอยู่เยอะๆเหตุเพราะเป็นเมืองท่าสำคัญ ในขณะที่ประชาชนทั่วไปต่างพากันหวาดกลัวพวกวิลาศ เพราะคิดว่ารูปร่างหน้าตาสีผมสีผิวแตกต่างจากคนทั่วไป ในการแข่งว่าวชิงเงินพนันที่เมืองปากน้ำ สมิงสอดน้อย (ดนัย จารุจินดา) นำว่าวกุลา (จุฬา) เหมกับพวกนำว่าวปักเป้าของตนเองมาท้าประลองวางพนันกับสมิงสอดน้อย สมิงสอด น้อยชะล่าใจ แต่ผลการแข่งขันกลับออกมาว่าเหมเป็นข้างที่สามารถตัดสายป่านว่าวของสมิงสอดน้อยได้ สำเร็จ สมิงสอดน้อยจึงทั้งเสียหน้าและเสียเงินพนันให้กับเด็กเมื่อวานซืนอย่างเหมจนได้ เหมไปเรียนวิชา ทำสายป่านว่าวให้คมมาจาก ลุงรี (ประสาท ทองอร่าม) แขกที่มารับใช้ แหม่มมาเรีย ฝรั่งชาววิลาศในเมืองปากน้ำ เหมกับแหม่มมาเรียสนิทสนมกันจนเหมได้เรียนรู้ภาษาวิลาศจากแหม่มมาเรียไปด้วย

พระยาบริรักษ์ปรึกษากับคุณหญิงชมเรื่องที่ได้ยินข่าวลือว่าเหมไปทำตัวสนิทสนมกับพวกวิลาศ คุณหญิงชมแนะให้พระยาบริรักษ์นำตัวเหมไปฝากเรียนวิชากับพระครูโพ (ชุมพร เทพพิทักษ์) เจ้าอาวาสวัดท้ายน้ำ เพื่อให้จะได้รับราชการต่อไปภายหน้า ทั้งยังก็ยังสามารถแยกเหมออกมาจากพวกวิลาศ ได้ด้วย

เมื่อไปถึงที่วัด ท่านพระครูโพตรวจดวงชะตาของเหมแล้ว ก็รู้ว่าชีวิตของเหมจำเป็นที่จะต้องผ่านบท ทดสอบอย่างหนัก ถามเหมว่าอยากเรียนวิชาการต่อสู้ไหม แต่พระยาบริรักษ์ต้องการให้เหมเรียนหนังสือ เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

หลวงสรอรรถ (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) เผ่านาสนทนากับพระยาบริรักษ์เพื่อให้ขอให้ลดค่าระวางปากเรือให้ กับเรือของกะปิตันฝรั่ง แต่พระยาบริรักษ์ไม่ยอม หลวงสรอรรถไม่พอใจที่พระยาบริรักษ์ไม่ยอมช่วยเหลือ หลวงสรอรรถบังเอิญได้พบ ทับทิม (มรกต หทัยวลีวงค์) บัว (มณีรัตน์ ศรีจรูญ) และ ลำดวน (ภีรนีย์ คงไทย) หลวงสรอรรถนึกชอบใจในความงามของบัวซึ่งกำลังจะได้แสดงเป็นนางสีดา ที่ตำหนักอัมพวาแทนทับทิม ที่กำลังจะแต่งงานกับหมื่นพิพิธภูบาล (ราชวัติ ขลิบเงิน) จึงคิดจะเข้าทางเจ้าพระยาพระคลังโดยผ่านทางบัวปิ่น (สาวิตรี สามิภักดิ์) มารดาของสามสาว กับทับทิมสงสัยว่าหลวงสรอรรถจะมาชอบพอบัว แต่ก็มองว่าไม่เหมาะสม เพราะหลวง สรอรรถนั้นมีเมียหลวงอยู่ก่อนแล้ว

เรื่องย่อ ตำนานรักมาเฟียเซี่ยงไฮ้ (Cruel Romance) ตอนที่ 15

อันนาพยายามหว่านล้อมเถ้าแก่วังให้ปล่อยตัวจิ่นซิ่วแต่ก็ไม่เป็นผล ซ้ำยังโดนขู่ว่าถ้าไม่ยอมหุบปากจะจับคุณขังอีกคน ถึงกระนั้นอันนาก็ยังเสี่ยงเอาอาหารและน้ำมาให้จื่นซิ่ว เมื่อเถ้าแก่วังมาพบเข้าก็รังควานอันนาต่อหน้าจิ่นซิ่ว จิ่นซิ่วจึงรีบห้ามและบอกว่าคุณจะยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่เถ้าแก่วังต้องการ ถึงกระนั้นคุณก็ยังไม่ยอมเต้นรำกับลูกค้าอยู่ดี บังเอิญว่านักเปียโนถูกคนตามทวงหนี้จึงทิ้งงานไปกลางคัน จิ่นซิ่วเลยเปลี่ยนเป็นนักเปียโนประจำห่าววั่งเจียวตั้งแต่นั้น เมื่อลูกค้ารายใหญ่นามว่า "เถ้าแก่หวง" เห็นเด็กใหม่อย่างจิ่นซิ่วก็ยืนกรานว่าจะเต้นรำกับจิ่นซิ่วให้ได้  ถึงแม้เถ้าแก่วังกับอันนาจะช่วยกันปกป้องจิ่นซิ่วด้วยการอธิบายว่าจิ่นซิ่วเป็นนักเปียโนจึงเต้นรำไม่เป็น แต่เถ้าแก่หวงกลับไม่ยอมฟังซ้ำยังอาละวาดและจะลากตัวจิ่นซิ่วมาเต้นรำกับตนให้ได้

หลังสืบจนรู้ว่าจิ่นซิ่วมาทำงานที่ห่าววั่งเจียว จั่วเจิ้นก็รีบไปหาจิ่นซิ่วและเห็นคุณโดนเถ้าแก่หวงรังแกพอดี เขาจึงรีบเข้าไปช่วยและประกาศว่า "ผู้หญิงคนนี้เป็นของผม อะไรก็ตามที่เป็นของจั่วเจิ้น ผมคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิทิ้งขว้าง ต่อให้ผมเขวี้ยงมันทิ้งจนแกลายเป็นเสี่ยงๆ เศษซากทั้งหมดก็ยังเป็นของผม ไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้อง"  เถ้าแก่หวงได้ยินดังนั้นก็หายซ่า จิ่นซิ่วจึงขอคุยกับจั่วเจิ้นตามลำพังทางด้านนอก คุณยอมรับว่าช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาคุณลำบากมากและคิดว่าคงไม่รอดแน่ แต่คุณไม่อาจยอมแพ้และยังไปจากเซี่ยงไฮ้ไม่ได้เพราะคุณยังมีสิ่งที่ต้องทำ   คุณรู้ว่าเซี่ยงไฮ้อยู่ยาก ที่ผ่านมาหากไม่ได้จั่วเจิ้นคอยช่วย คุณคงแย่แน่ๆ และคุณเองก็ไม่ใช่คนที่จะเนรคุณใคร คุณซาบซึ้งในน้ำใจและความหวังดีของจั่วเจิ้น แต่คุณต้องการเลือกทางเท้าและพึ่งพาตนเอง (แทนที่จะไปเป็นนกน้อยในกรงทองของเขา) คุณจึงหวังว่าจั่วเจิ้นจะเคารพในการตัดสินใจของคุณ

จิ่นซิ่วยังขอร้องให้จั่วเจิ้นยอมละเว้นเถ้าแก่หวง คุณเองก็รู้สึกเคียดแค้นและคิดว่าเถ้าแก่หวงไม่สมควรได้รับการให้อภัยเช่นกัน แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งคุณจึงไม่อาจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนอื่น เพราะคุณไม่อยากเป็นคนที่น่ารังเกียจเช่นเดียวกับคนพวกนั้น จั่วเจิ้นได้ยินดังนั้นก็ดึงจิ่นซิ่วเผ่านากอด (อันนามาเห็นเข้าพอดีเลยรีบเดินหนีไป) คราวนี้จิ่นซิ่วยอมให้จั่วเจิ้นกอดแต่โดยดี หลังทำตามที่จิ่นซิ่วขอแล้ว จั่วเจิ้นก็เรียกเถ้าแก่วังมาสอบถาม พอรู้ว่าจิ่นซิ่วเซ็นสัญญาเป็นพนักงานเต้นรำ (มีหน้าที่เต้นรำกับลูกค้าที่ซื้อตั๋ว) จั่วเจิ้นก็ใช้เงินก้อนโตไถ่ตัวจิ่นซิ่ว

เสี่ยวหลานบอกให้จิ่นซิ่วกลับไปที่โรงแรมซือจื่อหลินกับคุณ โดยบอกว่าจั่วเจิ้นกำชับทุกคนเอาไว้แล้วว่าห้ามรังแกจิ่นซิ่วอีก แต่จิ่นซิ่วไม่อยากพึ่งพาหรือเป็นภาระของใครจึงไม่คิดกลับไป คุณอยากเป็นหญิงแกร่ง แม้จะไม่มีทางแกร่งเท่าจั่วเจิ้นแต่อย่างน้อยก็ต้องไม่อ่อนแอและไร้ค่าแบบทุกวันนี้ คุณหวังว่าหากวันใดจั่วเจิ้นต้องการความช่วยเหลือ คุณจะเป็นที่พึ่งพาให้เขาได้เช่นกัน (คุณไม่รู้ว่าจั่วเจิ้นกำลังแอบฟัง มิหนำซ้ำเขายังยิ้มอย่างสุขสบายเมื่อรู้ว่าจิ่นซิ่วเองก็อยากปกป้องเขา) จั่วเจิ้นรู้ดีว่าไม่อาจฝืนใจจิ่นซิ่วได้จึงยอมปล่อยคุณไป โดยสั่งให้ลูกน้องสองคนคอยจับตาดูคุณอยู่ห่างๆ (คุณบอกจั่วเจิ้นแบบอ้อมๆ ว่าหากวันนี้เขามาช่วยคุณไม่ทันไหมได้มาช่วย คุณจะฆ่าตัวตายเพื่อให้รักษาเกียรติของตระกูลหรง)

เรื่องย่อ ฤทธิ์ดาบสุริยะมหากาฬ (The Spirit of the Sword) ตอนที่ 11

ภายหลังที่มู่หลางไปจากบ้านสกุลโหวและเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ฟางเป่าอี้ฉกฉวยป้ายทองจากองครักษ์เสื้อแพร ในเวลาเดียวกัน องครักษ์เสื้อแพรส่งหนังสือรายงานเบาะแสต้าฉาง หวังต้าเหนียงคิดแผนให้จูเอ๋อกินผงสลายกระดูก การที่หวังต้าเหนียงทำเช่นนี้นั้นด้วยต้องการบีบบังคับให้ต้าฉางและจูเอ๋อกับไป๋สุ่ยกง เมื่อต้าฉางพบความจริงว่าหวังต้าเหนียงเป็นท่านยายของจูเอ๋อแล้ว ต้าฉางไม่มีทางเลือกจึงต้องลามือ เพื่อให้จูเอ๋อแล้ว ต้าฉางให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่คิดร้ายต่อไป๋สุ่ยกง ที่สำคัญจะไม่เป็นศัตรูกับไป๋สุ่ยกง 

จูเอ๋อนำนต้าฉางอย่าได้เป็นศัตรูกับบรรดาชาวยุทธเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นภัยพิบัติจะมาถึงตัว ต้าฉางซาบซึ้งในความหวังดีของจูเอ๋อ ต้าฉางคิดว่ามีเพียงจูเอ๋อเท่านั้นที่เป็นห่วงเป็นใยตน ทำให้ต้าฉางเกิดความรู้สึกที่ดีต่อจูเอ๋อขึ้นมา

ป่าแห่งหนึ่ง ฟางเป่าอี้ถูกคนสวมหน้ากากบีบบังคับให้ฟางเป่าอี้ฝึกวิชาฝ่ามือไหมสลายพิษ จากนั้น คนสวมหน้ากากก็มอบคัมภีร์เพลงกระบี่กระบี่สุภาพบุรุษให้ฟางเป่าอี้ ขณะที่ฟางเป่าอี้กำลังฝึกกระบี่นั่นเองพิษในร่างของฟางเป่าอี้ก็กำเริบขึ้นจนหมดสติไป ต้าฉางและจูเอ๋อผ่านมาพบเห็นเข้าจึงช่วยฟางเป่าอี้เอาไว้ ภายหลังที่ฟางเป่าอี้ฟื้นได้สติขึ้นมาแล้วหลังจากนั้นก็ดีใจมากเมื่อพบเห็นหน้าจูเอ๋อ ฟางเป่าอี้ดึงดันต่อสู้กับต้าฉาง แต่กลับถูกต้าฉางสยบลงอย่างง่ายดาย

อารามเมฆขาว หลวงจีนพาหญิงนางหนึ่งซึ่งมีชื่อว่าหยงหยงพบกับนักพรตชื่อซงและจื่ออีโหว ต้าฉางนัดประลองยุทธกับนักพรตชื่อซงในอีกสามวันข้างหน้า หยงหยงได้พบกับเปินเยี่ยซึ่งมาหาฟางเป่าอี้ที่อารามเมฆขาว หยงหยงดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อรู้ความจริงว่าเปินเยี่ยเป็นบุตรสาวของจื่ออีโหว แต่ในทางกลับกันกลับทำให้เปินเยี่ยแปลกใจ ไม่นานนัก จื่ออีโหวก็เดินทางมาถึงอารามเมฆขาวเพื่อให้รับรองชาติกำเนิดที่แท้จริงของเปินเยี่ย เปินเยี่ยเหมือนกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆเมื่อได้รับการการันตีความจริงจากจื่ออีโหว นักพรตชื่อซงเล่าความจริงตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟังว่าที่แท้เมื่อยี่สิบปีก่อนนักพรตชื่อซงและบุตรสาวบ้านสกุลต้วนรักกันจนมีเลือดเนื้อเชื้อไขด้วยกัน ต่อมา นักพรตชื่อซงก็ได้รับจดหมายจากอาจารย์ให้เดินทางกลับไปรับตำแหน่งเจ้าสำนักบู๊ตึ๊ง ต้วนหยงหยงพบว่านางตั้งครรภ์ หยงหยงตัดสินใจไปจากบ้านสกุลต้วนโดยเดินทางไปที่วัดเส้าหลินวิงวอนขอร้องหลวงจีนฉิงคงให้ที่พักพิงแก่นาง ภายหลังที่หยงหยงให้กำเนิดบุตรสาวและจากนั้นก็มอบบุตรสาวให้จื่ออีโหวเลี้ยงดู เปินเยี่ยว้าวุ่นใจมากด้วยไม่คาดคิดมาก่อนว่าชาติกำเนิดของนางจะวุ่นวายสับสนเช่นนี้ จื่ออีโหวเห็นหยงหยงซึ่งป่วยหนักกำลังจะสิ้นใจ ดังนั้นจึงให้เปินเยี่ยเรียกหยงหยงว่าแม่ หยงหยงสิ้นใจด้วยรอยยิ้ม ทุกคนทำศพให้หยงหยงด้วยความเศร้า ทันใดนั้นเอง เจ้าแม่ไป๋สุ่ยแห่งไป๋สุ่ยกงก็เดินทางมาถึง เจ้าแม่ไป๋สุ่ยคาดคั้นเอาความจริงจากจื่ออีโหวว่าเหตุใดจึงไม่ใช้น้ำทิพย์ถอนพิษให้ฟางเป่าอี้ ภายหลังที่เจ้าแม่ไป๋สุ่ย นำยาทิพย์ให้ฟางเป่าอี้กินและจากนั้นก็จากไป จื่ออีโหวเห็นเช่นนั้นจึงติดตามเจ้าแม่ไป๋สุ่ยไป